panutatblog

A great WordPress.com site

ขุนกระบี่ผู้ไม่เดียวดาย

เรื่องต่อไปนี้ผมได้แรงบันดาลใจ (หรือเรียกอีกอย่างว่า ลอกนั่นแหละ) มาจากบล็อคของต่างประเทศยี่ห้อ  Life Hacker ที่ผมอ่านเป็นประจำ ผมสงสัยมานานแล้วว่า คำว่า Hacker แปลเป็นภาษาไทยว่าอะไร เลยลองไปถามอากู๋ดู (หมายถึง google น่ะ คุณคงไม่คิดว่าผมจะไปถามอากู๋ที่แก่ๆ หรือ อากู๋ที่แกรมมี่ใช่มั้ยอะ) อากู๋บอกตามพจนานุกรม ฉบับไหนก็ไม่รู้ไม่ระบุ บัญญัติคำว่า Hacker ว่า  หมายถึง ผู้ที่ทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำ หรือ ผู้ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับด้านคอมพิวเตอร์อย่างจริงจังเกินไป ขีดเส้นใต้คำว่า เกินไป  อ่านความหมายแล้วยิ่งงงภาษาไทยจริงๆ อย่างงี้แปลว่า ประเทศเราคงจะมี Hacker เดินอยู่เต็มประเทศเลยซินะ  เพราะประเทศเรามีประชากรเกินครึ่งเป็น เกษตรกร และชนชั้นแรงงาน ที่ ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อแลกกับรายได้งั้นต่ำ เพียง 300 บาท (ได้ครบกันทุกจังหวัดหรือยังคะพี่น้อง – นึกถึงหน้าโบท๊อกของนายกสุดสวยเราไปด้วย) นอกจากนั้น เราคงต้องเร่งผลิต Hacker เพื่อให้ทันกับการเคลื่อนย้ายแรงงานตามนโยบาย AEC ฟังดูแม่งๆ นะ แต่ก็เอาเหอะ ละมุลภัณฑ์ กระด้างภัณฑ์ หรือ คอมพิวเตอร์วางตัก เราก็ยังแปลมาแล้ว  สรุปว่าบล็อคนี้เค้าชื่อ ‘ชีวิต ที่หามรุ่งหามค่ำ’  ผมขอเรียกให้เก๋ๆ ว่า บล็อค ‘ชีวิตลำเค็ญ’ ก็แล้วกัน

วันนี้บล็อค ‘ชีวิตลำเค็ญ’ เขียนเรื่องว่า  ควรจะทำตัวอย่างไร หากคุณเป็นฉลาดที่ต้องอยู่ในหมู่คนโง่  จริงครับไม่ได้โม้  เค้าเขียนเรื่องแบบนี้จริงๆ ในโลกตะวันตกจะพบปัญหานี้บ่อย

โดยปกติคนส่วนใหญ่ก็มักจะคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่นๆ เสมอ ผมยังเป็นเลย  คุณลองคิดดูซิ  ถ้าผมไม่คิดว่าตัวเองฉลาด  ผมจะมานั่งเสียเวลาเขียนเรื่องในบล็อค  ให้คุณๆ อ่านอยู่ให้เมื่อยตุ้มทำไม  จริงมั้ยครับ  อย่าเพิ่งหมั่นไส้ผมนะครับ  ผมไม่ได้ด่าว่าคุณโง่นะ  โอ๋ๆ ไม่งอน ไม่งอน  เค้าเรียกว่าเป็นคนใฝ่รู้ เนอะ ฮ่า…รอดไป ผมว่าคนเราต้องโง่มาก่อนจะฉลาดทั้งนั้นแหละ ผมอาจจะฉลาดในบางเรื่อง แต่ก็ยังโง่อยู่ในหลายๆ เรื่อง หากเราทำตัวเป็นน้ำที่เต็มแก้ว โดยคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่นในทุกๆ เรื่อง เราจะไม่มีวันได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เลย  จริงมั้ยครับ อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว  ถ้าน้ำมันเต็มแก้วนักก็ดื่มๆ มันลงไปซะ จะได้ดับกระหาย ดับฐิฑิลงซะบ้าง  หรือไม่ก็ไปซื้อแก้วใหม่มาอีกซักโหล จะเป็นไรไป

กลับมาเข้าเรื่อง  ผู้เขียนบล็อคชีวิตลำเค็ญให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจไว้ว่า จริงๆ แล้วการเป็นคนฉลาดในหมู่คนโง่ (หรือคนธรรมดาๆ ก็ได้) มันช่างวางตัวลำบากซะจริง  ไหนจะรู้สึกอึดอัดที่จะต้องมานั่งอธิบายเรื่องราวต่างๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไหนจะต้องเสียเวลาในการพูดโน้มน้าวให้คนอื่นเข้าใจในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่  ไหนจะทำให้ที่ประชุมเห็นด้วยกับความคิดของคุณ  ถ้าบังเอิญคุณเป็นเจ้านายที่ฉลาด  แต่มีลูกน้องโง่  คุณก็คงจะสร้างผลงานให้สำเร็จได้ยาก  ในทางกลับกัน  หากคุณเป็นลูกน้องที่ฉลาดแล้วมีเจ้านายที่โง่กว่า อันนี้ชีวิตคุณจะลำบากมากขึ้นเป็น 2 เท่า  ในการทำงานอะไรซักอย่างให้สำเร็จลุล่วงนั้น  คุณก็จะต้องไปเกี่ยวข้องกับคนอื่นอย่างน้อยที่สุด 2 ทาง  หนึ่งคือให้คนอื่นมาช่วยทำ  หรือสองคือต้องทำให้คนอื่นหลีกให้พ้นทาง  ไม่มาเป็นอุปสรรคขัดขวางการทำงานของเรา  กรุงโรมไม่ได้สร้างได้ในคืนเดียว  และไม่ได้สร้างด้วยคนคนเดียวฉันใด  ขุนกระบี่ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็ไม่อาจจะชนะศึกใดได้โดยลำพังฉันนั้น  โอ้.. โยงมาลงที่ชื่อเรื่องเราจนได้  เกือบไม่รอด

ที่นี้ลองมาดูกันว่าหากคุณเป็นคนฉลาด (หรือคิดว่าตัวเองฉลาด) มีข้อควรปฏิบัติอย่างไร ที่จะทำให้เราทำงานหรือใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น (ที่คุณคิดว่าโง่กว่า) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และไม่เดียวดายอีกต่อไป

อย่างแรกเลยคุณควรเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเสมอ  แม้คนที่โง่ที่สุดหรือน่ารำคาญที่สุดก็อาจจะมีความคิดที่ดีที่สุดหรือมีประโยชน์กับคุณได้ในบางเรื่องได้เช่นกัน  กลับไปอ่านย่อหน้าก่อน จงดื่มน้ำซะ ไม่ก็ไปหาแก้วมาเพิ่ม

หุบปากซะบ้าง  แล้วก็ตั้งใจฟัง  แม้ในใจคุณจะบอกว่าไม่อยากฟังแค่ไหนก็ตาม  ตั้งใจฟังต่างจากการได้ยิน  การฟังคือการรับรู้คลื่นอากาศที่ผ่านมาทางหูและส่งไปให้สมองแปลความหมายและนำไปประมวลผล  ส่วนการได้ยิน  กระบวนการอาจจะเริ่มและจบลงแค่ที่หู หรือไม่ก็ทะลุออกไปอีกหูเลย  ไม่ส่งขึ้นไปถึงการประมวลผลด้วยสมอง การฟังควรฟังด้วยใจที่เป็นกลาง และเปิดกว้าง   ไม่ควรด่วนตัดบท  หรือสรุปว่าความคิดผู้อื่นไม่ดี   แม้ว่าความคิดของผู้อื่นจะดูโง่แค่ไหนก็ตามในสายตาคุณ  แต่คุณก็จะได้ใจจากเค้าเสมอเพราะอย่างน้อยคุณก็สนใจจะฟังความคิดเค้า  ธรรมชาติสร้างปากมาแค่หนึ่ง  แต่สร้างหูมาถึงสอง  คนฉลาดอย่างคุณคงเข้าใจนะว่าำทำไม

อย่ากร่าง  คนฉลาดส่วนใหญ่มักจะทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าเราเป็นคนกร่างโดยที่เราไม่รู้ตัว  ทั้งๆ ที่ความจริงเราไม่ได้ตั้งใจทำ  เช่น การพูดแบบขวานผ่าซาก ข้ามไปที่ข้อสรุปเร็วเกินไป หรือด่วนตัดสินความคิดคนอื่นว่าผิด ทั้งๆที่เรายังไม่ได้ฟังเค้าเลย เป็นต้น

ถ้าคุณทำได้ 3 ข้อตามที่บอกข้างบน  รับรองคุณจะเป็นขุนกระบี่ที่ไม่เดียวดายอีกต่อไป

จริงๆ แล้วหลังจากที่ผม อ่านบล็อคของ ชีวิตลำเค็ญ จบ  ผมคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่คงจะไม่ค่อยจะเจอปัญหานี้นะ  เพราะคนไทยเป็นคนง่ายๆ ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องการทำงาน  ว่าอะไรก็ว่าตามกัน  ไม่ค่อยพูด แต่พอเป็นเรื่องขี้หมูรา ขี้หมาแห้งนิ  ยอมกันไม่ได้เลย  ถึงขั้นยิงกันตายก็มีมาแล้ว  อย่างประชุมกันในห้องประชุมก็บอก ดีครับนาย ได้ครับผม  ไม่มีปัญหาครับท่าน  แต่ออกจากห้องประชุมมาเมื่อไหร่หล่ะก็  โอ้โหวิจารณ์(ด่าลับหลัง)เค้าซะเสียหมา แม่งคิดออกมาได้ไงวะ  ใครจะไปทำได้  มึงคิดว่ามึงฉลาดตายหล่ะ อะไรแบบนี้  แต่ตอนเค้าถามความเห็นนี่  นิ่งเป็นสาก  ผมว่าคราวต่อๆ ไปผมน่าจะมาเขียนเรื่อง ทำงานอย่างไร ให้เป็นที่ยอมรับ ในสายตาชาวโลก เพื่อนร่วมงานไม่หมั่นไส้  แถมเจ้านายยังเอ็นดู  น่าจะสนุกว่านะ  คุณว่าจริงมั้ย

Advertisements

Single Post Navigation

4 thoughts on “ขุนกระบี่ผู้ไม่เดียวดาย

  1. ชอบมาเย็นๆนะท่าน

  2. มาตามน้องฝนอะ

  3. กิ้งก่าน้อย on said:

    เขียนเป็นสาระอ่านเพลินดี ต่อไปเรื่อยๆนะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: